วันเสาร์ที่ 5 มีนาคม พ.ศ. 2559

ประเทศสิงคโปร์

ประเทศสิงคโปร์ ข้อมูลของประเทศสิงคโปร์

ข้อมูลทั่วไปของประเทศสิงคโปร์

ชื่อภาษาไทย : สาธารณรัฐสิงคโปร์ชื่อภาษาอังกฤษ : Republic of Singaporที่ตั้ง : ภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (ASEAN)เมืองหลวง : สิงคโปร์ภาษาราชการ : ภาษาอังกฤษและภาษาจีนกลาง (English/Mandarinสกุลเงิน : ดอลลาร์สิงคโปร์ (Singapore Dollar, SGD)พื้นที่ : 276 ตารางไมล์ (716 ตารางกิโลเมตร)จำนวนประชากร : 5,399,200 คนการปกครอง : ระบอบประชาธิปไตยแบบรัฐสภาTime Zone : UTC+8 (เร็วกว่าประเทศไทย 1 ชั่วโมง)GDP : 348,700 ล้านดอลลาร์สหรัฐรายได้ต่อหัวประชากร : 64,584 ดอลลาร์สหรัฐต่อปีรหัสโทรศัพท์ (IDC) : +65

ธงชาติสิงคโปร์

 

แผนที่ประเทศสิงคโปร์

ประเทศอินโดนีเซีย

ประเทศอินโดนีเซีย ข้อมูลของประเทศอินโดนีเซีย

ข้อมูลทั่วไปของประเทศอินโดนีเซีย

ชื่อภาษาไทย : สาธารณรัฐอินโดนีเซียชื่อภาษาอังกฤษ : Republic of Indonesiaที่ตั้ง : ภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (ASEAN)เมืองหลวง : จาการ์ตา (Jakarta)ภาษาราชการ : ภาษาอินโดนีเซีย (Indonesian)สกุลเงิน : รูเปี๊ยห์ (Rupiah, IDR)พื้นที่ : 735,358 ตารางไมล์ (1,904,569ตารางกิโลเมตร)จำนวนประชากร : 253,603,649 คนการปกครอง : ประชาธิปไตยแบบสาธารณรัฐ มีประธานาธิบดีเป็นประมุขTime Zone : UTC+7 ถึง +9 (กรุงจาการ์ต้าใช้เวลาเดียวกับประเทศไทย)GDP : 2.388 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐรายได้ต่อหัวประชากร : 9,559 ดอลลาร์สหรัฐต่อปีรหัสโทรศัพท์ (IDC) : +62

ธงชาติอินโดนีเซีย

แผนที่ประเทศอินโดนีเซีย

ประเทศฟิลิปปินส์

ประเทศฟิลิปปินส์ ข้อมูลของประเทศฟิลิปปินส์

ข้อมูลทั่วไปของประเทศฟิลิปปินส์

ชื่อภาษาไทย : สาธารณรัฐฟิลิปปินส์ชื่อภาษาอังกฤษ : Republic of the Philippinesที่ตั้ง : ภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (ASEAN)เมืองหลวง : กรุงมะนิลา (Manila)ภาษาราชการ : ภาษาตากาล็อกและอังกฤษ (Filipino/English)สกุลเงิน : เปโซ (Peso, PHP)พื้นที่ : 115,120 ตารางไมล์ (298,170ตารางกิโลเมตร)จำนวนประชากร : 92,337,852 คนการปกครอง : ประชาธิปไตยแบบรัฐสภา มีประธานาธิบดีเป็นประมุขTime Zone : UTC+8 (ช้ากว่าเวลาประเทศไทย 1 ชั่วโมง)GDP : 456,418 ล้านดอลลาร์สหรัฐรายได้ต่อหัวประชากร : 4,682 ดอลลาร์สหรัฐต่อปีรหัสโทรศัพท์ (IDC) : +63

ธงชาติฟิลิปปินส์

แผนที่ประเทศฟิลิปปินส์

อาหารคลีน

อาหารคลีน คืออะไร มีอะไรบ้าง กินคลีนดีต่อสุขภาพอย่างไร

หมวดหมู่ : สุขภาพอาหารการกินTags: อาหารคลีน

ในปัจจุบัน คนรุ่นใหม่เริ่มหันมาใส่ใจในเรื่องสุขภาพกันมากขึ้น โดยเฉพาะเรื่องของอาหารการกิน ดังนั้นจึงมีกระแสการกินอาหารเพื่อสุขภาพเกิดขึ้นมากมาย ซึ่งหลายคนคงเคยได้ยินคำว่า “อาหารคลีน” ซึ่งเป็นลักษณะการรับประทานอาหารเพื่อสุขภาพรูปแบบหนึ่ง ที่ส่งผลดีต่อสุขภาพร่างกาย ซึ่งกำลังได้รับความนิยมจากผู้คนในปัจจุบันเป็นจำนวนมาก
อาหารคลีน คืออะไร
อาหารคลีน (Clean Food) หรือที่คนส่วนใหญ่เรียกกันว่า กินคลีน (Eat Clean, Clean Eating) คือ การทานอาหารที่สด สะอาด โดยเน้นการทานอาหารแบบธรรมชาติไม่ผ่านการปรุงแต่งและขัดสีด้วยสารเคมีต่างๆ หรือกระบวนการหมักดอง รวมถึงอาหารขยะและอาหารสำเร็จรูป ที่จะมีปริมาณแป้ง ผงชูรสและโซเดียมในปริมาณสูง

หรืออาจพูดให้เข้าใจได้ง่ายว่า การทานอาหารคลีนนั้นเป็นการกินอาหารให้ถูกหลักโภชนาการ โดยทานอาหารอย่างพอเพียงครบสัดส่วนทั้ง 5 หมู่ และอาหารเหล่านั้นต้องไม่มีสารปนเปื้อนนั่นเอง ซึ่งอาหารคลีนนั้นอาจผ่านการปรุงแต่งบ้างเล็กน้อยหรืออาจจะไม่ผ่านการปรุงแต่งเลยก็เป็นได้ เช่นใช้เกลือในการปรุงอาหารรสเพียงเล็กน้อยแทนน้ำปลา หรืออาจจะเป็นซีอิ๊วขาวชนิดที่ไม่มีผงชูรสเจือปน และจะไม่ใช้ผงชูรสในการปรุงอาหาร เป็นต้น

ตัวอย่างของวัตถุดิบที่จะนำมาทำอาหารคลีน

ผักและผลไม้ที่ปลอดสารพิษเนื้อสัตว์ชนิดต่างๆที่สดและสะอาดข้าวกล้องไม่ขัดสี และ ธัญพืชต่าง ๆน้ำมันมะพร้าว หรือ น้ำมันมะกอก ซึ่งเป็นน้ำมันชนิดที่มีกรดไขมันชนิดดี ใช้แทนน้ำมันปาล์มได้เลย (แต่แอบราคาสูงกว่าพอควรเลย) และควรใช้ในปริมาณที่น้อย

อีกทั้งในการปรุงอาหารไม่ควรปรุงให้อาหารคลีนของเรานั้นมีรสจัดจนเกินไป และ ในทุกๆมื้อควรจะมีสารอาหารในอาหารคลีนของเราให้ครบ 5 หมู่อีกด้วย

กินคลีน กินอย่างไร
การทานอาหารคลีนนั้นคนส่วนใหญ่มักจะเข้าใจว่า เป็นการเน้นทานอาหารจำพวกผักในปริมาณเยอะๆ แต่แท้จริงแล้วนั้น การกินอาหารคลีนเป็นการทานอาหารให้ครบสัดส่วน 5 หมู่ โดยเน้นทานอาหารทุกประเภท ไม่ว่าจะเป็นคาร์โบไฮเดรต โปรตีน ไขมัน ผักและผลไม้ ให้มีปริมาณที่พอเหมาะพอเพียงต่อความต้องการของร่างกาย

อาหารคลีนนั้นส่วนใหญ่จะไม่ยึดติดกับรสชาติ แต่จะเน้นความเป็นธรรมชาติมากกว่า ดังนั้นผู้ที่ทานอาหารคลีนจึงต้องเริ่มจากการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการทานอาหารใหม่ทั้งหมด โดยค่อยๆ ปรับตัวไปเรื่อยๆ ในขั้นแรกนั้นควรเลือกทานอาหารที่คงความเป็นธรรมชาติไว้ให้มากที่สุด ผ่านการปรุงแต่งน้อยที่สุด เช่น จากเดิมเคยทานข้าวขาวก็เปลี่ยนเป็นข้าวกล้อง หรือเคยทานผลไม้กระป๋องเป็นประจำก็หันมาเลือกทานผลไม้สดแทน จากที่เคยดื่มชากาแฟก็เปลี่ยนมาดื่มน้ำเปล่าหรือน้ำผลไม้แทน เป็นต้น

นอกจากนี้การทานอาหารคลีนนั้นเวลาจะเลือกซื้อวัตถุดิบหรืออาหาร ควรเลือกที่ปลอดสารเคมี ไม่ใช้วัตถุกันเสีย สารกันบูด วัตถุปรุงแต่ง หรืออาจจะเลือกซื้อวัตถุดิบที่เป็นออร์แกนิคก็ได้ เพราะเป็นของที่ปลอดสารเคมีนั่นเอง อีกทั้งยังควรหลีกเลี่ยงอาหารที่มีปริมาณน้ำตาลสูงเช่น น้ำอัดลม เบเกอรี่ เป็นต้น รวมทั้งอาหารมันอีกด้วย

ประโยชน์ของอาหารคลีน
การทานอาหารคลีนแตกต่างจากอาหารทั่วไป เพราะต้องเลือกอาหารที่หลากหลายแต่เน้นความเป็นธรรมชาติ ไม่ผ่านการปรุงแต่งมากนัก ดังนั้นผู้ที่ทานอาหารคลีนจึงได้รับสารอาหาร และคุณค่าทางอาหารครบถ้วนสมบูรณ์มากกว่าอาหารทั่วไปที่ผ่านการปรุงแต่งมาก อีกทั้งยังช่วยให้ร่างกายไม่ได้รับสารปนเปื้อนจากอาหารอีกด้วย ดังนั้นอาหารคลีนจึงส่งผลดีต่อสุขภาพในระยะยาว ทั้งยังช่วยให้สุขภาพร่างกายแข็งแรง

อาหารคลีนเหมาะกับใคร
อาหารคลีนเป็นอาหารเพื่อสุขภาพที่มีประโยชน์ และได้คุณค่าจากสารอาหารครบถ้วนทั้ง 5 หมู่ ไม่ว่าจะเป็นคาร์โบไฮเดรต โปรตีน ไขมัน ผัก และผลไม้ ในปริมาณที่เหมาะสมกับความต้องการของร่างกาย และยังเป็นอาหารที่ผ่านการปรุงแต่งน้อยที่สุดหรือไม่ผ่านการปรุงแต่งเลย จึงทำให้ร่างกายได้รับประโยชน์จากอาหารเต็มที่ ส่งผลดีต่อสุขภาพ อาหารคลีนจึงเหมาะสำหรับคนที่ลดน้ำหนักและรักสุขภาพเป็นอย่างยิ่ง

อาหารคลีนกับการลดน้ำหนัก
อาหารคลีนเป็นอีกหนึ่งตัวเลือกของคนอยากผอม เพราะนอกจากจะเป็นอาหารเพื่อสุขภาพแล้วยังช่วยลดน้ำหนักได้อีกด้วย ซึ่งถ้าเลือกทานอาหารคลีนในปริมาณที่เหมาะสม ควบคู่ไปกับการออกกำลังกายไปด้วย นอกจากจะช่วยลดน้ำหนักแล้ว ยังช่วยให้สุขภาพดีอีกด้วย นอกจากนี้อาหารคลีนยังเป็นอาหารที่อุดมไปด้วยไฟเบอร์ ซึ่งเป็นสารที่พบมากในอาหารที่ไม่ผ่านการขัดสี โดยมีส่วนช่วยให้ระบบขับถ่ายสามารถทำงานได้ดีนั่นเอง

ตัวอย่างอาหารคลีน
อาหารคลีนนั้น ผู้ที่ทานสามารถเลือกทานอาหารได้หลากหลาย โดยสามารถเลือกวัตุดิบต่างๆ มาประยุกต์กับเมนูสุดโปรดได้ตามใจชอบ แต่วัตถุดิบนั้นต้องปราศจากการปรุงแต่ง และปลอดสารปนเปื้อน เพื่อให้ร่างกายได้รับสารอาหารครบถ้วนทั้ง 5 หมู่ เหมือนกับตัวอย่างเมนูอาหารต่อไปนี้

1. บาร์บีคิวไก่แบบไม่เสียบไม้ ทานคู่กับผักสลัด หรือผลไม้ที่ชอบ เช่น สับปะรด กีวี่ เป็นต้น


2. ไข่เจียวฟักทอง หรืออาจจะใช้ผักอื่นๆ ตามความชอบก็ได้

3. สเต็กอกไก่กับล็อคโคลี่ลวก และแกงบวชฟักทอง

จะเห็นได้ว่าอาหารคลีนนั้นเป็นการทานอาหารเพื่อสุขภาพที่เน้นประโยชน์มากกว่ารสชาติ ดังนั้นผู้ที่จะเริ่มต้นทานจึงไม่ควรยึดติดกับรสชาติอาหาร และควรให้ความใส่ใจกับการทานอาหารมากเป็นพิเศษ โดยเฉพาะการคัดเลือกวัตถุดิบในอาหารนั้นต้องปลอดสาร ไม่ผ่านการปรุงแต่งรสชาติ และวัตถุดิบแต่ละอย่างต้องมีประโยชน์ต่อร่างกาย รวมทั้งต้องแบ่งสัดส่วนในอาหารให้พอดี โดยต้องมีโปรตีน คาร์โบไฮเดรต ไขมัน และผัก ผลไม้ในปริมาณที่มีความสมดุลกัน ไม่มากเกินไปหรือน้อยเกินไป เพื่อให้ร่างกายได้รับสารอาหารได้เต็มที่ พอดีกับความต้องการของร่างกายและมีพลังงานไว้ใช้ในกิจกรรมต่างๆระหว่างวันนั่นเอง

ดังนั้นอาหารคลีนจึงเป็นอาหารที่มีประโยชน์ต่อสุขภาพเป็นอย่างมาก เหมาะสำหรับวิถีชีวิตของคนในเมือง ที่ต้องการการดูแลเอาใจใส่สุขภาพเป็นอย่างมาก รวมถึงผู้ที่ต้องการลดน้ำหนักด้วย เพราะช่วยให้ร่างกายได้รับสารอาหารครบถ้วนตรงตามความต้องการของร่างกาย แต่การที่ร่างกายจะมีสุขภาพที่ดีนั้น นอกจากควบคุมเรื่องการทานอาหารแล้ว ยังต้องหมั่นออกกำลังกายควบคู่ไปด้วย ถึงจะส่งผลให้สุขภาพร่างกายแข็งแรง ระบบการทำงานต่างๆในร่างกายมีความสมดุลมากขึ้น

ปัญหาผิวหน้าต่าง ๆ

การมีใบหน้าเรียบเนียนกระจ่างใส ไร้จุดด่างดำต่างเป็นผิวที่ใคร ๆ ก็ใฝ่ฝันหา ดังนั้น จึงไม่น่าแปลกใจที่สาว ๆ ต่างพากันค้นหาสุดยอดผลิตภัณฑ์นาชนิดมาใช้ ผลิตภัณฑ์ตัวไหนหรือเคล็ดลับที่ใครว่าดี ก็จะกลายเป็นกระแสทำตาม ๆ กันไป ไม่ว่าจะเป็นการใช้มาส์กสูตรนั้นสูตรนี้ที่มีราคาแพงเกินกว่าจะจ่ายได้ หรือมีมาส์กราคาถูกแต่ก็ใช้ไม่ได้ผล ถ้าใครออกแนวรักธรรมชาติก็มักจะชอบหาสูตรที่ทำจากสมุนไพรมาลองใช้กัน บางครั้งด้วยความรู้เท่าไม่ถึงการณ์ในการเตรียมสมุนไพรต่าง ๆ แทนที่จะได้ผลลัพธ์ที่ดีกลับทำให้เกิดอาการแพ้ ผื่นคันอย่างรุนแรง แต่ไม่ต้องสิ้นหวังไป เพราะตอนนี้มีผลิตภัณฑ์ใหม่ล่าสุดที่จะช่วยแก้ปัญหาหนักใจของสาว ๆ ได้เป็นอย่างดี เป็นวิธีที่ผ่านการพิสูจน์จากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญแล้วว่าปลอดภัยและสามารถทำได้เองที่บ้าน

มีผู้หญิงบางคนเข้าใจผิดว่า ยาคุมกำเนิดจะสามารถช่วยทำให้หน้ากระจ่างใสไร้สิวฝ้าได้ แต่ในความเป็นจริงแล้ว จุดด่างดำที่จางลงเป็นเพราะฮอร์โมนจากยาคุมกำเนิดที่รับประทานเข้าไปต่าง ๆ เมื่อหยุดยาคุมกำเนิด จุดด่างดำก็จะกลับมาเหมือนเดิม

โลชั่น ครีม โฟมล้างหน้าและโทนิคต่าง ๆ จริง ๆ แล้วเป็นอันตรายมากกว่าที่คุณคิด เมื่อผิวของคุณอาจจะดูดีมากเมื่อใช้ผลิตภัณฑ์เหล่านี้ในช่วงแรก ๆ แต่เมื่อผิวเริ่มคุ้นเคยกับสารเคมีเหล่านี้ สิ่งที่เกิดขึ้นตามมาหลังจากนั้น คือ ผิวของคุณจะเริ่มแย่ลง คุณจะสามารถสังเกตเห็นได้ด้วยตัวเอง (อาจจะน้อยกว่าภายใน 2 เดือน) สิวและปัญหาผิวหน้าต่าง ๆ ที่เคยมีก็จะกลับมาอีก และมักจะรุนแรงกว่าเดิม

สำหรับคนที่ต้องการ เห็นผลลัพธ์อย่างรวดเร็วโดยปราศจากผลข้างเคียงใด ๆ ผู้เชี่ยวชาญด้านความงามได้คิดค้นมาส์กใหม่ล่าสุดจากสารสกัดแครอทCarrot Mask ผลิตภัณฑ์ใหม่ที่จะมาแทนที่วิธีเดิม ๆ ที่เคยใช้รักษาปัญหาสิว ฝ้า และผิวหมองคล้ำ มาส์กนี้จะช่วยให้สิวและจุดด่างดำหายได้หลังจากการใช้อย่างต่อเนื่องเป็นประจำ

หลายคนสงสัยว่าผลิตภัณฑ์นี้จะใช้ได้ผลดีจริงหรือไม่ หลายคนคิดว่า Carrot Mask ก็เป็นแค่โฆษณาชวนเชื่อ จึงส่งมาส์กตรวจสอบในห้องแล็บ

ผลิตภัณฑ์ใหม่นี้ ได้ถูกส่งไปที่สถาบันเพื่อการวิจัยเพื่อความงามแห่งชาติ ผลการตรวจสอบออกมาว่ามาส์กนี้มีความปลอดภัย อ่อนโยนต่อทุกสภาพผิว แม้แต่ผิวแพ้ง่ายก็สามารถใช้ได้ และทำจากสารสกัดธรรมชาติ 100% (!!!)

เมื่อได้ผลทดสอบออกมาในลักษณะนี้ สถาบันจึงตัดสินใจที่จะทำการทดลองกับกลุ่มตัวอย่าง ที่มีความประสงค์ที่จะทดลองใช้มาส์กนี้ด้วยตัวเอง จากกลุ่มตัวอย่าง 1,385 คน ในจำนวนนี้เป็นผู้ชาย 490 คน โดยที่กลุ่มตัวอย่างทุกคน จะต้องใช้มาส์กนี้เป็นประจำทุกวันติดต่อกันเป็นเวลา 1 เดือน และให้มาส์กหน้าเป็นเวลา 20-25 นาทีทุกวัน และห้ามใช้เครื่องสำอางค์อื่น ๆ หลังจากใช้มาส์กเสร็จแล้ว

37% ของกลุ่มตัวอย่างที่เป็นวัยรุ่นทั้งชายและหญิงสามารถสังเกตได้ว่าผิวหน้าดูดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัดเจน

“ผิวหน้าดูนุ่มและเรียบเนียนขึ้น หน้าไม่มันตลอดวัน”จันจิรา วรดิลก หนึ่งในผู้เข้าร่วมโครงการ

เมื่อสิ้นสุดโครงการ 58% ของกลุ่มตัวอย่างได้ผลลัพธ์อย่างยอดเยี่ยมจากการใช้มาส์ก ผิวหน้าของพวกเขาดูดีกว่าก่อนเข้าร่วมโครงการมากนัก มีเพียง 5% ของกลุ่มตัวอย่างเท่านั้นที่มีรอยแดงบาง เพราะไม่ได้ใช้อย่างถูกต้องตามคำแนะนำที่แนะนำไว้ใช้เวลาเพียงแค่ 2 สัปดาห์ รอยแดงเหล่านั้นก็หายไป

DHA

DHA คืออะไร มีประโยชน์อย่างไร

หมวดหมู่ : สุขภาพ Tags: DHA เด็ก

DHA (Docosahexaenoic Acid) คือกรดไขมันชนิดหนึ่งที่จำเป็นต่อร่างกายของมนุษย์อย่างมาก โดยอยู่ในกลุ่มของสารโอเมก้า 3 ซึ่งร่างกายของเราไม่สามารถผลิตหรือสังเคราะห์ขึ้นมาได้เอง ดังนั้น จึงต้องได้รับสารอาหารชนิดนี้จากการรับประทานอาหารที่มีสารโอเมก้า 3 เข้าไปเท่านั้น โดยส่วนใหญ่สารนี้จะอยู่ในอาหารประเภทปลาต่างๆ อย่างปลาทะเลน้ำลึก เช่น แซลมอน, ทูน่า เป็นต้น หรือในปลาน้ำจืด เช่น ปลาสวาย, ปลาช่อน เป็นต้น หรือในรูปของนมผง รวมทั้งไข่ เป็นต้น
โดยหากเด็กไม่ได้รับสารอาหารที่มี DHA มากพอจะทำให้มีปัญหาต่อการมองเห็น รวมทั้งทำให้ระดับไอคิวลดต่ำลง กลายเป็นเด็กสมาธิสั้น และเรียนรู้ทักษะในด้านต่างๆ ได้ช้าลง ส่วนคนในวัยทำงานหากระดับของสาร DHA ในสมองลดต่ำลงจะก่อให้เกิดความเครียดขึ้น อาจกลายเป็นคนก้าวร้าว และเกิดภาวะซึมเศร้าขึ้นได้ และในผู้สูงอายุหากระดับของสาร DHA ลดต่ำลง ก็จะส่งผลให้กลายเป็นโรคอัลไซเมอร์ และมีปัญหาในด้านสายตาได้

โครงสร้างทางเคมีของ DHA

DHA มีประโยชน์อะไรบ้าง?
- ช่วยเสริมพัฒนาการทางสมองของเด็กได้ดีมากๆ เป็นการเพิ่มความจำที่ดี รวมทั้งทักษะในด้านการเรียนรู้สิ่งต่างๆ
- ช่วยบำรุงสายตาของเด็กก่อนที่จะเริ่มพัฒนาไปสู่ทักษะในด้านต่างๆ
- ช่วยแก้โรคสมาธิสั้นในเด็กได้ดี ทำให้สามารถเรียนรู้สิ่งต่างๆ รอบข้างได้อย่างรวดเร็ว
- ช่วยบำรุงระบบประสาทให้ทำงานอย่างมีประสิทธิภาพ โดยเฉพาะในวัยทารก
- ช่วยป้องกันการเกิดภาวะซึมเศร้าขึ้น
- ช่วยป้องกันภาวะหลอดเลือดเกิดการอุดตัน

DHA จำเป็นต่อพัฒนาการทางสมองของเด็กทุกวัย

สิ่งที่ต้องคำนึงถึงในการเลือกรับประทานอาหารที่มีสาร DHA
- หากเป็นผู้ที่แพ้ปลาทะเลควรหลีกเลี่ยง
- ในคนที่อยู่ในช่วงเตรียมตัวรับการผ่าตัด หรือก่อนที่จะคลอดลูกไม่ควรรับประทานสาร DHA ในช่วงนี้
- เรื่องความปลอดภัยเป็นสิ่งสำคัญ ต้องมั่นใจว่าไม่มีสารหนูหรือสารตะกั่วใดๆ ปนเปื้อนมากับปลาทะเลเหล่านี้
- หากเลือกผลิตภัณฑ์ที่มีสาร DHA ต้องได้มาตรฐานระดับสากล โดยมีแหล่งผลิตและวันเดือนปีที่ผลิตหรือหมดอายุอย่างชัดเจน

ซึ่งการที่เด็กทารกหรือเด็กจะได้รับการพัฒนาสมอง สายตา หรือร่างกายต่างๆ ได้ดี ควรเริ่มจากการได้รับตั้งแต่อยู่ในครรภ์ของคุณแม่ โดยคุณแม่ควรจะรับประทานอาหารที่มีสาร DHA หรือโอเมก้า 3 ตั้งแต่ขณะตั้งครรภ์ไปจนถึงระยะเวลาให้นมลูก ก็จะช่วยให้ลูกน้อยที่คลอดออกมามีสุขภาพที่สมบูรณ์และแข็งแรงทั้งทางร่างกายและพัฒนาการทางสมองนั่นเอง

เครดิตบูโร

เครดิตบูโร (Credit Bureau) คือ ข้อมูลที่เป็นประวัติการชำระสินเชื่อ หรือบัตรเครดิตประเภทต่างๆ จากธนาคารหลายๆ แห่ง อย่างธนาคารพาณิชย์ หรือผู้ให้บริการสินเชื่อประเภทบัตรเครดิตทั้งหลาย โดยเมื่อหากเราตกลงใจที่จะชำระเงินค่าสินเชื่อให้แก่ธนาคารนั้นๆ หรือสถาบันการเงินนั้นแล้ว ทางธนาคารต่างๆ หรือสถาบันการเงินนั้นๆ ก็มีสิทธิเรียกดูข้อมูลประวัติจากเครดิตบูโร ทั้งนี้ เพื่อนำมาใช้ประกอบการอนุมัติสินเชื่อว่าผ่านหรือไม่นั่นเอง

advertisements

เครดิตบูโร (Credit Bureau) มีหน้าที่อะไรบ้าง?
ทางเครดิตบูโร หรือบริษัทข้อมูลเครดิต นั้นจะเป็นบริษัทซึ่งมีหน้าที่ในการรวบรวมข้อมูลเครดิตการชำระสินเชื่อของเราจากบัตรเครดิต หรือธนาคาร หรือสถาบันการเงินหลายๆ แห่งที่เราเคยทำไว้ แล้วนำมาเป็นข้อมูลให้แก่ลูกค้าจากทั้งธนาคาร หรือสถาบันการเงินต่างๆ ดูข้อมูลว่าเราติดบูโรหรือไม่ โดยต้องเป็นไปภายใต้ขอบเขตที่กฎหมายกำหนดไว้เท่านั้น โดยหากไม่มีการชำระในแต่ละสิ้นเดือน หรือย้อนหลังได้ไม่เกิน 36 เดือน ก็จะถือว่าเป็นผู้ติดเครดิตบูโรทันที

การขอสินเชื่อหรือสมัครบัตรเครดิต เราจะต้องตรวจสอบประวัติการเงินจากเครดิตบูโรก่อนเสมอ

ทั้งนี้ หากทำการยื่นขอสินเชื่อแล้วไม่ผ่านการพิจารณาอนุมัติจากธนาคาร หรือสถาบันการเงินต่างๆ ก็จะถือว่าเราโดนแบล็กลิสต์ (Black List) ทำให้ไม่สามารถขอเงินกู้หรือสินเชื่อต่างๆ ได้ ซึ่งอย่างไรก็ตามเครดิตบูโรนั้นเป็นเพียงผู้มีหน้าที่ในการรวบรวมประวัติในการชำระเงินสินเชื่อจากทุกสถาบันการเงินที่เราเคยไปทำการกู้เท่านั้น ซึ่งการอนุมัติให้สินเชื่อนั้นยังคงมีปัจจัยอื่นๆ ประกอบอีก ได้แก่ หลักประกัน, รายได้ของเรา, ผู้ค้ำประกัน เป็นต้น ซึ่งหากเราเป็นคนที่จ่ายเงินชำระสินเชื่อได้ตรงเวลา ก็จะเป็นการสร้างความน่าเชื่อถือให้แก่ตัวเราในการประกอบการพิจารณาอนุมัติสินเชื่อนั่นเอง

ดังนั้น ก่อนที่คิดจะทำธุรกิจหรือธุรกรรมใดๆ ก็ตาม ควรทำการบ้านมาเป็นอย่างดี และต้องมีการคำนวณรายได้ต่างๆ ของเราอย่างแน่นอนและชัดเจน ว่าหากขอยื่นกู้ทำธุรกรรมใดๆ ไปแล้ว จะสามารถผ่อนชำระคืนได้ครบทุกงวดโดยไม่มีปัญหาใดๆ ตามมาในภายหลัง และหากเป็นไปได้ถ้ามีเงินเก็บเผื่อไว้สำรองยามฉุกเฉินก็ถือว่าดีมากเลยทีเดียว เพราะชีวิตนั้นไม่แน่นอน และหากเราไม่ติดเครดิตบูโร หรือการผ่อนชำระไม่ครบตามกำหนดแล้วล่ะก็ จะทำให้ตัวเราเป็นที่น่าเชื่อถือของธนาคารหรือสถาบันการเงินต่างๆ ได้เป็นอย่างดีเลยทีเดียว