วันเสาร์ที่ 5 มีนาคม พ.ศ. 2559

โรคมะเร็ง

มะเร็ง โรคมะเร็งคืออะไร สาเหตุ อาการ และวิธีการรักษาโรคมะเร็ง

หมวดหมู่ : สุขภาพเรื่องน่ารู้ Tags: มะเร็ง

ในปัจจุบันแม้ว่าหลายๆ คนจะเริ่มหันมาใส่ใจในสุขภาพร่างกายของตัวเองกันมากขึ้น แต่บรรดาเชื้อโรคต่างๆ ก็พัฒนาตัวเองขึ้นมาอย่างไม่หยุดยั้งเช่นกัน โดยเฉพาะโรคมะเร็งที่เรียกได้ว่าเป็นโรคยอดฮิตที่ผู้คนเป็นกันเยอะมากๆ ยิ่งกว่าโรคติดต่อเสียอีก เรียกได้ว่าเป็นฆาตกรเลือดเย็นที่ฆ่าผู้คนและคร่าชีวิตมนุษย์จากทั่วโลกทุกวันกว่า 200 ชนิดเลยทีเดียว
มะเร็งคืออะไร
มะเร็ง (Cancer) คือ ภาวะที่เซลล์ในร่างกายของเรามีการแบ่งตัวและเจริญขึ้นโดยรวดเร็วอย่างผิดปกติในสารพันธุกรรม (DNA) โดยเริ่มจากเป็นเซลล์เล็กๆ แล้วค่อยๆ ขยายใหญ่ขึ้นตามเวลา นานวันเข้าเซลล์นั้นก็จะขาดเลือดไปหล่อเลี้ยงทำให้เซลล์ในก้อนเนื้อนั้นตาย จนกลายเป็นก้อนเนื้องอกร้ายที่ไปเบียดบังทั้งส่วนที่เกิดและส่วนอื่นๆ ที่อยู่ข้างเคียง จากนั้นก็จะค่อยๆ กระจายไปในส่วนอื่นๆ ของร่างกายโดยผ่านระบบกระแสเลือดหรือน้ำเหลืองของเราเป็นตัวนำเชื้อไป

อวัยวะต่างๆที่มักพบมะเร็ง

มะเร็งเต้านม มะเร็งที่พบได้มากที่สุดชนิดหนึ่งในผู้หญิง

สาเหตุและปัจจัยเสี่ยงของโรคมะเร็ง

สำหรับสาเหตุที่ทำให้ผู้คนต่างป่วยด้วยโรคมะเร็งกันมากขึ้นนั้นเกิดได้จากทั้งปัจจัยภายนอกและปัจจัยภายใน คือ
1. ปัจจัยภายนอก
- ผู้ที่ติดเชื้อไวรัสตับอักเสบบี มักเกิดในคนที่ไม่นิยมกินร้อนช้อนกลาง โดยอาจติดจากทางน้ำลายในการรับประทานอาหารร่วมกัน
- การติดเชื้อพยาธิใบไม้ในตับ ในกรณีที่ชอบรับประทานอาหารแบบดิบๆ หรือกึ่งสุกกึ่งดิบ
- ผู้ที่ชอบดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์เป็นชีวิตจิตใจ และผู้ที่สูบบุหรี่เป็นประจำ
- ผู้ได้รับรังสีอัลตราไวโลเลตจากแสงแดดเป็นเวลานาน
- ผู้ที่เคยผ่านการฉายรังสีเอกซเรย์
- สารอะฟลาทอกซินที่ปนเปื้อนอยู่ในอาหารและเครื่องดื่มที่เรารับประทานกันทุกวัน โดยเฉพาะในพวกพริกแห้ง ถั่ว ฯลฯ
- สารก่อมะเร็งในอาหารจำพวกปิ้ง ย่าง ทอด โดยเฉพาะเนื้อที่ย่างหรือปิ้งจนไหม้เกรียม หรือเนื้อที่ทอดโดยใช้น้ำมันซ้ำๆ ทุกวัน
- สารไฮโดรคาร์บอน เป็นสารเคมีที่นำมาใช้ในการถนอมอาหารอย่างไนโตรซามิน ซึ่งเป็นสีย้อมผ้าที่นำมาใช้เป็นสีผสมอาหาร

2. ปัจจัยภายใน
- เกิดจากความผิดปกติภายในร่างกาย เช่น เด็กพิการแต่กำเนิด ซึ่งเป็นความผิดปกติทางพันธุกรรม
- ร่างกายมีภูมิคุ้มกันบกพร่องหรือขาดสารอาหารบางอย่าง เช่น พวกวิตามินเอ หรือซี ฯลฯ

ซึ่งจะเห็นได้ว่ามะเร็งส่วนใหญ่นั้นเกิดจากปัจจัยภายนอกมากกว่าปัจจัยภายใน นั่นหมายความว่าเราสามารถป้องกันการก่อเกิดโรคมะเร็งได้มากพอสมควร ทั้งนี้ ก็ขึ้นอยู่กับพฤติกรรมและระเบียบวินัยการเลือกปฏิบัติของเราเป็นหลัก รวมทั้งความรู้ในเรื่องของสารก่อมะเร็งด้วย

เซลล์มะเร็งกระเพาะปัสสาวะ

อาการของโรคมะเร็ง
- สำหรับในช่วงแรกของการเกิดโรคมะเร็งขึ้นในร่างกายนั้นเรียกได้ว่าแทบไม่มีอาการอะไรส่อเค้า หรือบอกให้ผู้ป่วยทราบได้เลยว่ากำลังเผชิญกับโรคมะเร็งนี้อยู่ ทำให้กว่าที่จะรู้ตัวก็สายเกินแก้
- เมื่อเป็นประสักระยะหนึ่งหรือหลายปี ผู้ที่ป่วยด้วยโรคมะเร็งส่วนใหญ่มักจะเริ่มรู้สึกอ่อนเพลียง่าย เบื่ออาหาร รับประทานอาหารได้น้อยลง อิ่มเร็ว ผอมซูบ น้ำหนักลด ร่างกายเริ่มดูทรุดโทรมลง ไม่สดชื่นกระปรี้กระเปร่าเหมือนเดิม
- และเมื่ออยู่ในระยะที่มะเร็งเริ่มลุกลามมากขึ้นก็จะเริ่มปรากฏอาการอย่างชัดเจนในระยะนี้ จะรู้สึกเจ็บปวดและทรมานเป็นอย่างมากตามจุดต่างๆ ที่เกิดมะเร็งขึ้น ทั้งนี้จะมีอาการมากน้อยอย่างไรก็ขึ้นอยู่กับโรคมะเร็งที่เป็นว่าเป็นมะเร็งชนิดใด ประเภทไหน และการกระจายของเซลล์มะเร็งภายในนั้นไปเบียดบังอวัยวะส่วนใดบ้าง ณ ขณะนั้น

มะเร็งตับ เป็นมะเร็งพบได้มากทั้งผู้ชายและผู้หญิง

สัญญาณเตือนที่ควรเริ่มสันนิษฐานว่าเป็นมะเร็ง
- มีเลือดออกผิดปกติทางทวารต่างๆ โดยเฉพาะในทวารหนัก หรือปากมดลูก
- เริ่มรู้สึกว่ากลืนอาหารลำบากมากขึ้น หรือรู้สึกเสียดแน่นท้องบ่อยๆ และนาน
- เมื่อปัสสาวะออกมาเป็นเลือด หรืออุจจาระออกมาเป็นก้อนสีดำ
- เสียงเริ่มแหบแห้ง และไอบ่อยมากขึ้นจนเรื้อรัง
- เมื่อเกิดบาดแผลขึ้นในร่างกายแล้วไม่หายสักที
- เมื่อคลำเจอก้อนหรือตุ่มที่ขึ้นตามส่วนต่างๆ ของร่างกาย
- เมื่อไฝ หูด หรือปานในร่างกายตามส่วนต่างๆ เริ่มเปลี่ยนแปลง เช่น ใหญ่ขึ้น หรือสีเปลี่ยน เป็นต้น

มะเร็งปอด พบมากในคนที่สูบบุหรี่เป็นประจำ

วิธีรักษาโรคมะเร็ง
สำหรับการรักษาโรคมะเร็งนี้แพทย์จะเป็นผู้วินิจฉัยอาการของโรค มีการตรวจอย่างละเอียดว่าเซลล์มะเร็งร้ายกระจายไปอยู่ในบริเวณใดของร่างกายบ้าง เมื่อทราบแล้วก็จะรักษาไปตามอาการ โดยมะเร็งแต่ละชนิดการรักษาก็อาจจะแตกต่างกันออกไปบ้าง แต่ทั้งนี้ก็มีวิธีที่แพทย์นิยมรักษากันอยู่ คือ

1. การผ่าตัด
หากผ่าตัดออกได้แพทย์จะทำการผ่าตัดก่อนเป็นอันดับแรก เพื่อกำจัดก้อนเนื้อร้ายที่อยู่ในร่างกายเราออกไป แต่วิธีนี้ไม่ได้สามารถทำการรักษาได้กับมะเร็งทุกประเภท และหากทำการผ่าตัดแล้วก็ยังไม่แน่นอนว่าจะหายขาด 100 เปอร์เซ็นต์หรือไม่ เพราะเซลล์มะเร็งอาจยังหลงเหลือหรือหลบซ่อนอยู่ในร่างกาย โดยอาจเป็นเซลล์มะเร็งที่กำลังเริ่มจะเกิดแต่ยังไม่โตให้เห็น ทำให้แพทย์ไม่สามารถรู้หรือสังเกตเห็น เมื่อปล่อยไปสักระยะก็จะกลับเข้าสู่วังวนเดิม คือเริ่มก่อตัวขยายใหญ่ขึ้น ก็ต้องมาผ่าตัดกันใหม่อีกรอบ แต่โดยมากกับวิธีการผ่าตัดนี้แพทย์มักแนะนำให้ทำคีโมหรือเคมีบำบัดร่วมด้วย เพื่อเพิ่มโอกาสที่จะช่วยให้หายขาดจากโรคมะเร็งนี้ได้

2. การใช้รังสีรักษา
เป็นการฉายแสงไปยังเซลล์มะเร็งในร่างกาย เพื่อทำลายกลุ่มก้อนเซลล์มะเร็งนั้น สำหรับการฉายแสงนี้เป็นการรักษาแบบเฉพาะที่ โดยอาศัยปัจจัยจากชนิดของมะเร็งที่เป็น รวมทั้งระยะเวลาที่เกิดมะเร็ง ตลอดจนสุขภาพของผู้ป่วยด้วยว่าแข็งแรงพอหรือไม่ ซึ่งหากผู้ป่วยพร้อมก็จะทำการฉายแสงประมาณ 2 – 10 นาที โดยต้องทำการฉายแสงสัปดาห์ละ 5 วัน รวมประมาณ 5 – 8 สัปดาห์ ขึ้นอยู่กับการวินิจฉัยของแพทย์ แต่การรักษาด้วยรังสีรักษานี้จะทำให้เกิดผลข้างเคียงขึ้น ได้แก่ ผิวหนังจะแห้งๆ คันๆ แดง หรือคล้ำ รวมทั้งมีอาการเจ็บคอ ลิ้นไม่รู้รส ปากแห้ง และอ่อนเพลียมาก

3. เคมีบำบัด (คีโม) 
สำหรับวิธีนี้ถือเป็นการรักษาอย่างถูกจุด เรียกว่าถึงรากถึงโคน แก้ที่สาเหตุโดยตรงของปัญหา เพราะเป็นการให้ยาเข้าไปทำลายเซลล์มะเร็งทั้งหมดที่อยู่ภายในร่างกาย รวมทั้งที่กระจายเข้าไปตามต่อมน้ำเหลืองหรือกระแสเลือดด้วย โดยแพทย์จะนัดมาทำการตรวจร่างกายวัดความดันและทำการเจาะเลือด ซึ่งหากผลการตรวจร่างกายผ่าน แพทย์ก็จะให้ไปทำการให้คีโมซึ่งก็เหมือนกับการให้น้ำเกลือทั่วไป เพียงแต่ต้องนอนรอหลายชั่วโมงจนกว่าตัวยาจะหมด และในระหว่างการให้คีโมนี้ผู้ป่วยบางคนอาจเกิดอาการแพ้ได้ ซึ่งอาจรู้สึกเวียนศีรษะ คลื่นไส้ หรืออาเจียน และผลข้างเคียงที่ตามมาหลังจากการให้คีโมประมาณ 1 – 2 สัปดาห์ ผมจะเริ่มร่วง รู้สึกคลื่นไส้ อาเจียน เป็นแผลในปาก และปริมาณเม็ดเลือดลดลงทำให้รู้สึกอ่อนเพลีย ตลอดจนอาจรู้สึกหายใจลำบาก มีผื่นขึ้น ท้องผูกถ่ายไม่ออก หรือมีไข้ เป็นต้น แต่การรักษาด้วยวิธีนี้ก็มีราคาค่อนข้างแพงเลยทีเดียว แถมยังต้องทำหลายครั้ง ขึ้นอยู่กับแพทย์เป็นผู้วินิจฉัยว่าต้องทำทั้งหมดกี่ครั้งจึงจะหายเป็นปกติ

ผู้ป่วยบางรายที่ทำเคมีบำบัด อาจเกิดผลข้างเคียงทำให้ผมร่วงได้

ประเทศบราซิล

ข้อมูลทั่วไปของประเทศบราซิล

ชื่อภาษาไทย : สหพันธ์สาธารณรัฐบราซิลชื่อภาษาอังกฤษ : Federal Republic of Brazilเมืองหลวง : บราซิเลีย (Brasília)ภาษาราชการ : ภาษาโปรตุเกส (Portuguese)พื้นที่ : 3,287,597 ตารางไมล์(8,511,965 ตารางกิโลเมตร)จำนวนประชากร : 201,032,714 คนการปกครอง : ประชาธิปไตยแบบสหพันธ์สาธารณรัฐTime Zone : UTC-3 (ช้ากว่าประเทศไทย 10 ชั่วโมง)GDP : 2.5 ล้านล้านดอลล่าห์สหรัฐรหัสโทรศัพท์ (IDC) : +55

ธงชาติบราซิล

ลักษณะทั่วไปของประเทศบราซิล
ประเทศบราซิล (Brazil) หรือชื่อเต็มว่า สหพันธ์สาธารณรัฐบราซิล (อังกฤษ: Federal Republic of Brazil) เป็นประเทศหนึ่งในทวีปอเมริกาใต้ ชื่อประเทศบราซิลมีที่มาจากชื่อต้นไม้ชนิดหนึ่งเรียกว่า บราซิลวูด (Brazilwood Tree) หรือ Pau-Brasil ในภาษาโปรตุเกส ประชากรส่วนใหญ่ของประเทศบราซิลใช้ภาษาโปรตุเกสเป็นภาษาหลักและใช้เป็นภาษาราชการด้วย เนื่องจากเคยตกเป็นเมืองขึ้นของประเทศโปรตุเกสเป็นเวลานานตั้งแต่ยุคล่าอาณานิคม

ต้น Brazilwood

 

ดอก Brazilwood

 

ฝักของต้น Brazilwood

ลักษณะทางภูมิศาสตร์
ประเทศบราซิลเป็นประเทศขนาดใหญ่ โดยมีเนื้อที่ใหญ่ที่สุดในแถบทวีปอเมริกาใต้และอเมริกากลาง (ละตินอเมริกา) โดยมีเนื้อที่ถึง 3,287,597 ล้านตารางไมล์ หรือ 8,511,965 ตารางกิโลเมตร ใหญ่เป็นลำดับที่ 5 ของโลก (ใหญ่พอๆกับประเทศสหรัฐอเมริกา) มีประชากรมากกว่า 200 ล้านคน ลักษณะภูมิประเทศเป็นแบบร้อนชื้น มีที่ราบอันกว้างใหญ่และมีป่าไม้มากมาย โดยป่าที่ใหญ่ที่สุดของประเทศคือป่าอะเมซอน ซึ่งเป็นป่าที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในโลกและเป็นป่าที่อยู่ในเขตลุ่มน้ำอะเมซอนอันโด่งดัง

แผนที่ประเทศบราซิล

แม่น้ำและป่าอะเมซอน

ประเทศบราซิลมีพรมแดนติดกับหลายประเทศ เช่น ประเทศอาร์เจนตินา ประเทศโบลิเวีย ประเทศโคลัมเบีย ประเทศเฟรนช์กายนา ประเทศกายนา ประเทศปารากวัย ประเทศเปรู ประเทศซูรินัม ประเทศอุรุกวัย และประเทศเวเนซูเอลา

นอกจากนี้บราซิลยังเป็นประเทศที่มีชายหาดยาวมากถึง 7,491 กิโลเมตร มีหาดสวยๆมากมาย และถือว่าเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่ได้รับความนิมไปทั่วโลก

ชายหาดในประเทศบราซิล ซึ่งมักเต็มไปด้วยผู้คน

ประวัติศาสตร์
ดินแดนประเทศบราซิลเดิมถูกปกครองโดยชนเผ่าต่างๆ เช่น อินเดียนแดงมาเป็นเวลาช้านาน ต่อมาในสมัยศตวรรตที่ 17 ได้เริ่มถูกรุกรานโดยชาติตะวันตก โดยหมายจะยึดครองทรัพยากรธรรมชาติที่มีค่า โดยบราซิลนั้นถูกยึดครองโดยประเทศโปรตุเกส ในขณะที่ประเทศอื่นๆในแถบนี้และแถบละตินอเมริกาถูกยึดครองโดยประเทศสเปน (สังเกตุจากบราซิลเป็นประเทศเดียวในเขตนี้ที่ใช้ภาษาโปรตุเกส ในขณะที่ประเทศอื่นๆใช้ภาษาสเปน) ต่อมาบราซิลได้รับเอกราชจากประเทศโปรตุเกสเมื่อวันที่ 7 กันยายน พ.ศ.2365

การเมืองการปกครอง
ประเทศบราซิลปกครองด้วยระบอบประชาธิปไตยแบบสหพันธรัฐ มีประธานาธิบดีเป็นประมุข โดยใช้รัฐธรรมนูญที่ประกาศใช้เมื่อวันที่ 5 ตุลาคม 1988 เป็นกฏหมายสูงสุด แบ่งการปกครองออกเป็น 26 รัฐ หรือ 26 เขตคือ รัฐรอไรมา รัฐอามาปา รัฐอามาโซนัส รัฐปารา รัฐโตกันตินส์ รัฐอาเกร รัฐรอนโดเนีย รัฐมารันเยา รัฐปีเอาอี รัฐเซอารา รัฐรีโอกรันดีโดนอร์เต รัฐปาราอีบา รัฐเปร์นัมบูกู รัฐอาลาโกอัส รัฐเซร์ชิเป รัฐบาเยีย รัฐมาตูโกรสซู รัฐโกยาส รัฐเฟเดอรัลดิสตริกต์ (บราซิเลีย เมืองหลวงของประเทศอยู่ในรัฐนี้) รัฐมาตูโกรสซูโดซูล รัฐมีนัสเชไรส์ รัฐเอสปีรีตูซันตู รัฐรีโอ เดอ จาเนโร รัฐเซาเปาลู รัฐปารานา รัฐซันตากาตารีนา และรัฐรีโอกรันดีโดซูล

ระบบเศรษฐกิจ
บราซิลเป็นประเทศใหญ่ มีประชากรมาก ดังนั้นจึงมีขนาดเศรษฐกิจที่ค่อนข้างใหญ่ กล่าวคือมี GDP 2.5 ล้านล้านดอลล่าห์สหรัฐ ใหญ่เป็นอันดับที่ 10 ของโลก รายได้ตัวหัวของประชากรโดยเฉลี่ยเท่ากับ 10,773 ดอลล่าห์สหรัฐต่อปี

ไม้ สินค้าส่งออกหลักอีกอย่างหนึ่งของบราซิล

สินค้าส่งออกหลักของประเทศบราซิลคือ สินแร่ชนิดต่างๆ น้ำมันดิบ ยานยนต์และชิ้นส่วนยานยนต์ เหล็กและเหล็กกล้า เครื่องจักรอุตสาหกรรม เนื้อสัตว์ ถั่วเหลือง และฝ้าย

ประชากร ศาสนาและวัฒนธรรม

บราซิลมีประชากรราว 201 ล้านคน (ข้อมูลเมื่อปี 2013) ส่วนใหญ่นับถือศาสนาคริสต์นิกายโรมันคาทอลิค 74% โปรเตสแตนท์ 15% และอื่นๆอีก 11%

รูปปั้นพระเยซูในบราซิลที่โด่งดังไปทั่วโลก

ทางด้านวัฒนธรรมนั้น ชาวบราซิลมีความเป็นมิตรสูง รักธรรมชาติ ดนตรี และฟุตบอล จะเห็นได้จากงานเทศกาลหรือขบวนพาเหรดที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในโลกคืองานเทศกาลคาร์นิวัล (Carnival) ซึ่งมีคนมาร่วมงานหลายล้านคนทุกปี

เทศกาลคาร์นิวัลในบราซิล

ทรัพยากรธรรมชาติ
ทรัพยากรที่สำคัญของประเทศบราซิลมีมากมาย เช่น ทองคำ แร่เหล็ก แร่แมงกานีส แร่นิเกิล ฟอสเฟต แพลตทินัม
แร่สังกะสี แร่ยูเรเนียม ปิโตรเลียมและผลิตภัณฑ์จากปิโตรเลียม และไม้ชนิดต่าง (ส่วนมากมาจากป่าอะเมซอน)

ประเทศบราซิลกับฟุตบอลโลก
ฟุตบอลเรียกได้ว่าเป็นกีฬาประจำชาติเลยก็ว่าได้ คนบราซิลทุกคนรักฟุตบอล ชอบเล่นฟุตบอล และใฝ่ฝันจะเป็นนักฟุตบอล เราสามารถพบเห็นการเล่นฟุตบอลได้ทุกที่ในบราซิล ไม่ว่าจะเป็นริมถนน สวนสาธารณะ มุมตึก หรือแม้แต่ที่ว่างเล็กๆในชุมชนแออัด

บราซิลเป็นประเทศเดียวในโลกที่ได้เข้าร่วมในมหกรรมฟุตบอลโลกทุกครั้ง ทั้งในฐานะเจ้าภาพและในฐานะผู้ชนะในรอบคัดเลือก และสามารถคว้าแชมป์ฟุตบอลโลกมาครองได้ถึง 5 ครั้ง ในการเข้ารอบชิงชนะเลิศ 7 ครั้ง ดังนี้
- ชนะเลิศครั้งที่ 1 ปี ค.ศ. 1958 โดยเอาชนะสวีเดนเจ้าภาพในรอบชิงชนะเลิศ 5:2
- ชนะเลิศครั้งที่ 2 ปี ค.ศ. 1962 โดยเอาชนะเช็กโกสโลวาเกียในรอบชิงชนะเลิศ 3:1
- ชนะเลิศครั้งที่ 3 ปี ค.ศ. 1970 โดยเอาชนะอิตาลีในรอบชิงชนะเลิศ 4:1
- ชนะเลิศครั้งที่ 4 ปี ค.ศ. 1994 โดยเอาชนะอิตาลีในรอบชิงชนะเลิศ 3:2 (โดยการยิงจุดโทษตัดสิน)
- ชนะเลิศครั้งที่ 5 ปี ค.ศ. 2002 โดยเอาชนะเยอรมันนีในรอบชิงชนะเลิศ 2:0

ดังนั้นสามารถกล่าวได้ว่าบราซิลคือประเทศที่ประสบความสำเร็จสูงสุดในฟุตบอลโลก จากการเข้าร่วมการแข่งขัน 18 ครั้ง ชนะเลิศ 5 ครั้ง รองชนะเลิศ 2 ครั้ง อันดับสาม 2 ครั้ง และอันดับ 4 อีก 1 ครั้ง

นักฟุตบอลที่มีชื่อเสียงของบราซิล เช่น เปเล่ (ตำนานนักฟุตบอลของบราซิลและของโลก), กาเรก้า, โซคราติส, โรมาริโอ้, โรนัลโด, โรดัลดิญโญ่, เนย์มาร์, เบเบโต้, คาฟู, กาก้า และโรแบโต้ คาร์ลอส เป็นต้น

นักเตะบราซิล ชุดแชมป์ฟุตบอลโลกปี 1970, เปเล่ อยู่ที่ 2 ขวามือ แถวล่าง

รายชื่อนักเตะบราซิลชุดฟุตบอลโลก 2014มีดังนี้
- ผู้รักษาประตู : ชูลิโอ เซซาร์, เจฟเฟอร์สัน, บิคตอร์
- กองหลัง : มาร์เซโล, ดานีอัลเวส, ไมคอน, แม็กซ์เวลล์, ติอาโก ซิลวา, ดาวิด หลุยซ์, ดันเต, เอ็นริเก
- กองกลาง : เปาลินโญ, รามิเรส, ออสการ์, วิลเลียน, แอร์นาเนส, หลุยซ์ กุสตาโว), แฟร์นานดินโญ
- กองหน้า : แบร์นาร์ด, เนย์มาร์, เฟร็ด, โช, ฮัลค์

นักเตะบราซิลชุดฟุตบอลโลก 2014

ประเทศลาว

ประเทศลาว ข้อมูลของประเทศลาว

ข้อมูลทั่วไปของประเทศลาว

ชื่อภาษาไทย : สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว (สปป.ลาว)ชื่อภาษาอังกฤษ : Lao People’s Democratic Republicที่ตั้ง : ภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (ASEAN)เมืองหลวง : กรุงเวียงจันทน์ภาษาราชการ : ภาษาลาว (Lao)สกุลเงิน : กีบ (Kip, LAK)พื้นที่ : 91,429 ตารางไมล์ (236,800ตารางกิโลเมตร)จำนวนประชากร : 6,695,166 คนการปกครอง : ระบอบสังคมนิยม มีพรรคคอมมิวนิสต์เป็นผู้บริหารสูงสุดTime Zone : UTC+7 ใช้เวลาเดียวกับประเทศไทยGDP : 20,780 ล้านดอลลาร์สหรัฐรายได้ต่อหัวประชากร : 3,100 ดอลลาร์สหรัฐต่อปีรหัสโทรศัพท์ (IDC) : +856

ธงชาติลาว

 

แผนที่ประเทศลาว

ประเทศมาเลเซีย

ประเทศมาเลเซีย ข้อมูลของประเทศมาเลเซีย

ข้อมูลทั่วไปของประเทศมาเลเซีย

ชื่อภาษาไทย : มาเลเซียชื่อภาษาอังกฤษ : Malaysiaที่ตั้ง : ภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (ASEAN)เมืองหลวง : กัวลาลัมเปอร์ (Kuala Lumpur, KL)ภาษาราชการ : ภาษามาเลย์ (Malaysian Malay)สกุลเงิน : ริงกิต (Ringgit, MYR)พื้นที่ : 127,355 ตารางไมล์ (329,847ตารางกิโลเมตร)จำนวนประชากร : 30,000,000 คนการปกครอง : ระบอบประชาธิปไตยแบบมีพระมหากษัตริย์ (สมเด็จพระราชาธิบดี) เป็นประมุขTime Zone : UTC+8 (เร็วกว่าประเทศไทย 1 ชั่วโมง)GDP : 555,912 ล้านดอลลาร์สหรัฐรายได้ต่อหัวประชากร : 18,509 ดอลลาร์สหรัฐต่อปีรหัสโทรศัพท์ (IDC) : +60

ธงชาติมาเลเซีย

 

แผนที่ประเทศมาเลเซีย

ประเทศพม่า

ประเทศพม่า ข้อมูลของประเทศพม่า

ข้อมูลทั่วไปของประเทศพม่า

ชื่อภาษาไทย : สาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมาชื่อภาษาอังกฤษ : Republic of the Union of Myanmarที่ตั้ง : ภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (ASEAN)เมืองหลวง : เนปยีดอ (Naypyidaw)ภาษาราชการ : ภาษาพม่า (Burmese)สกุลเงิน : จ๊าต (Kyat, MMK)พื้นที่ : 261,227 ตารางไมล์ (676,578ตารางกิโลเมตร)จำนวนประชากร : 51,419,420 คนการปกครอง : ระบอบประชาธิปไตยแบบรัฐสภา มีประธานาธิบดีเป็นประมุขTime Zone : UTC+6:30 (ช้ากว่าประเทศไทยครึ่งชั่วโมง)GDP : 111,120 ล้านดอลลาร์สหรัฐรายได้ต่อหัวประชากร : 1,711 ดอลลาร์สหรัฐต่อปีรหัสโทรศัพท์ (IDC) : +95

ธงชาติพม่า

 

แผนที่ประเทศพ

ประเทศบรูไน

ประเทศบรูไน ข้อมูลของประเทศบรูไน

ข้อมูลทั่วไปของประเทศบรูไน

ชื่อภาษาไทย : เนการาบรูไนดารุสซาลามชื่อภาษาอังกฤษ : Negara Brunei Darussalamที่ตั้ง : ภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (ASEAN)เมืองหลวง : กรุงบันดาร์เสรีเบกาวัน (Bandar Seri Begawan)ภาษาราชการ : ภาษามาเลย์ (Malay)สกุลเงิน : ดอลล่าร์บรูไน (Brunei dollar, BND)พื้นที่ : 2,226 ตารางไมล์ (5,765 ตารางกิโลเมตร)จำนวนประชากร : 415,717 คนการปกครอง : ระบอบสมบูรณาญาสิทธิราชTime Zone : UTC+8 (เร็วกว่าเวลาประเทศไทย 1 ชั่วโมง)GDP : 21,907 ล้านดอลลาร์สหรัฐรายได้ต่อหัวประชากร : 50,440 ดอลลาร์สหรัฐต่อปีรหัสโทรศัพท์ (IDC) : +673

ธงชาติบรูไน

 

แผนที่ประเทศบรูไน