วันอังคารที่ 28 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2560

สุขภาพเห็นข้อดีหลายอย่างจากการงีบสั้นๆ ระหว่างวัน ที่เกิดขึ้นกับนักกีฬาและคนวัยทำงาน

กิจกรรมและการบ้านที่อัดแน่นในชีวิตนักเรียนอเมริกัน ทำให้เยาวชนเหล่านี้จำนวนมากต้องอดนอน ดังนั้นจึงเกิดความคิดที่ว่าเด็กวัยเรียนเหล่านี้ควรมีสถานที่สำหรับการงีบหลับหรือพักผ่อนเป็นเวลาสั้นๆ ระหว่างวัน

หนังสือพิมพ์ The Wall Street Journal เสนอรายงานเกี่ยวกับ “Nap Clubs” หรือ “ชมรมงีบ” สำหรับนักเรียนมัธยมปลาย อย่างเช่นในรัฐนิวเม็กซิโก ที่โรงเรียนมััธยมปลาย Las Cruces High School ซึ่งมีสถานที่จัดให้นักเรียนนอนหลับเป็นเวลาสั้นๆ ระหว่างวัน

แนวทางดังกล่าวอาจจะสร้างความกังวลในหมู่กับผู้ปกครองและครูได้ว่า โรงเรียนเอาใจนักเรียนเกินไป นอกจากนั้น ผู้เชี่ยวชาญบางคนเกรงว่าการนอนกลางวันยิ่งจะทำให้เด็กๆ มัธยมนอนไม่หลับตอนกลางคืน ซึ่งเป็นเวลานอนที่สำคัญที่สุด

แต่ผู้รู้ด้านสุขภาพเห็นข้อดีหลายอย่างจากการงีบสั้นๆ ระหว่างวัน

Raj Dasgupta นักวิจัยจากสมาคม American Academy of Sleep Medicine ซึ่งเป็นผู้ช่วยศาสตราจารย์คณะแพทย์ศาสตร์มหาวิทยาลัย Southern California กล่าวว่า ไม่ถือเป็นเรื่องแปลกหากพบว่า นักเรียนมัธยมปลายในสหรัฐฯ นอนเพียงวันละ 5 ชั่วโมง แทนที่จะเป็นตามที่แพทย์แนะนำ คือระหว่าง 8 ชั่วโมงครึ่ง ถึง 9 ชั่วโมงครึ่ง

การนอนเต็นท์นั้นสามารถช่วยให้เราสัมผัสได้กับความเป็น แคมปิ้ง อย่างได้อารมณ์มากกว่าการพักนอนแบบอื่น ดังนั้นจึงกล่าวได้ว่า เต็นท์นอน นั้นเป็นอุปกรณ์ที่สำคัญที่สุด สำหรับผู้หลงใหลการเดินป่าจะต้องมีติดตัวไว้อย่างขาดไม่ได้ ซึ่งเจ้าเต็นท์นอนเหล่านี้ก็มีหลากหลายชนิดแตกต่างกันไป จนบางครั้งผู้ใช้งานก็อาจเกิดความสับสนได้ว่า เต็นท์แบบใดหรือชนิดไหนเหมาะกับตนเองหรือกิจกรรมที่ต้องทำ วันนี้เราจึงมีวิธีการเลือกซื้อเต็นท์ที่ถูกวิธีมาฝากกันครับ

1. เลือกให้เหมาะสมกับกิจกรรมต่างๆ ที่ทำ ซึ่งแตกต่างกันออกไป เช่น กิจกรรมแคมปิ้ง เต็นท์ที่ควรเลือกซื้อ ควรเป็นเต็นท์แบบวัสดุดี แม้จะมีน้ำหนักมาก แต่สามารถบรรทุกไปในรถหรือพาหนะอื่นๆ ได้ ต่างกับกิจกรรมประเภทแบ็คแพ็ค หรือการเดินทางประเภทปั่นจักรยานทางไกล ที่มักจะต้องแบกเต็นท์นอนติดหลังไปด้วยตลอดเวลา ซึ่งเต็นท์ที่เลือกควรเป็นเต็นท์ที่มีน้ำหนักเบา

2. เลือกเต็นท์ให้เหมาะสมกับจำนวนคน เช่น หากนอนกัน 3 คน ก็ควรเลือกเต็นท์ที่มีพื้นที่ขนาด 4 คน ขึ้นไป ทั้งนี้เพื่อที่ว่า พื้นที่ว่างที่เกินมานั้น จะเผื่อไว้สำหรับการเก็บสัมภาระต่างๆ และจะได้ไม่ต้องนอนเบียดกันนั่นเอง

3. เลือกเต็นท์ที่เหมาะสมกับฤดู ซึ่งวัสดุที่เหมาะสมสำหรับพักแรมในฤดูต่างๆ ย่อมไม่เหมือนกัน ยกตัวอย่างเช่น ฤดูฝนให้เลือกเต็นท์ที่มีเนื้อผ้าเคลือบน้ำยากันน้ำได้ หรือมีผ้าฟลายชีทติดมาในชุด เพราะผ้าชนิดนี้จะสามารถกันน้ำฝนในยามที่คุณนอนหลับพักผ่อนได้ เต็นท์สำหรับฤดูร้อน ควรเป็นผ้าเนื้อบาง สามารถระบายลมได้ดี และเต็นท์สำหรับหน้าหนาว ควรเป็นเต็นท์ที่มีผ้าเนื้อหนากันลมหนาวที่โกรกยามกลางคืนได้ เป็นต้น

4. เลือกซื้อตามคุณภาพของวัสดุ ซึ่งก็มีหลากหลายแตกต่างกันออกไป แนะนำว่าการเลือกซื้อไม่ควรเลือกเพราะราคาที่ถูก ซึ่งมักจะได้วัสดุที่ไม่ดี ควรเลือกเต็นท์ที่ทำจากวัสดุคงทน หรือเต็นท์ที่มียี่ห้ออันเชื่อถือได้ ซึ่งราคาก็ย่อมแพงกว่าเป็นธรรมดา แต่ก็ถือว่าคุ้มค่ากับคุณภาพที่ได้รับ ส่วนข้อมูลของเต็นท์แต่ละชนิดนั้น ควรสอบถามกับพนักงานขายโดยตรงจะได้รายละเอียดที่ถูกต้องที่สุดครับ

5. ควรเลือกซื้อเต็นท์ที่มีอุปกรณ์ต่างๆ แถมมาให้ในชุดอย่างครบถ้วน เช่น สมอบก ฟลายชีท ฯลฯ ทั้งนี้เพราะบางยี่ห้อ(ที่ไม่ค่อยดีนัก) มักจะมีอุปกรณ์เหล่านี้มาให้ไม่ครบนั่นเอง ดังนั้นผู้ซื้อควรตรวจสอบดูให้แน่ชัดก่อนเลือกซื้อครับ

แฟ้มภาพ

เกม

เริ่มสิ่งแรกกับ "เกม" ถือเป็นเรื่องใกล้ตัวมากๆ สำหรับปัจจุบันเพราะเดี๋ยวนี้ใครๆ ก็เล่นเกมกัน แต่รุ้หรือไม่ว่าหลายๆ เกมออนไลน์ (ทั้งบนมือถือและระบบอื่นๆ) ที่เปิดให้บริการอยู่นั้น มีการเปิดขายสินค้าหรือบริการออนไลน์ภายในอยู่ ซึ่งหลายๆ คนอาจจะเคยใช้บริการ เพราะถือว่าเป็นการสนับสนุนผู้ให้บริการ ซึ่งจะเล่นเกมหรือจ่ายเงินให้เกมนั้นไม่ได้เป็นสิ่งที่ผิด แต่เราก็ไม่ควรใช้จ่ายเงินในส่วนนี้เยอะจนเกินไป ก็เป็นเหตุผลที่เข้าใจได้ว่าเล่นเกมเพื่อพักผ่อน แต่ถ้าการพักผ่อนกลับสร้างรายจ่ายมหาศาลให้เราก็คงไม่ดีแน่ๆ ดังนั้นใช้จ่ายอย่างมีสตินะครับ

เหล้า เบียร์และบุหรี่

เป็นอีกสิ่งที่อยู่คู่คนไทยมาอย่างยาวนาน นั้นคือ เหล้า เบียร์ บุหรี่ นั้นเอง เพราะไม่ว่าจะกี่ปีผ่านไป 3 อย่างนี้ก็พบเห็นได้ทั่วไป ซึ่งของแต่ละอย่างก็ค่อนข้างมีราคาที่สูงในปัจจุบัน ดังนั้นเนื่องด้วยหลายๆ ปัจจัยทั้ง สุขภาพ เงิน ฯลฯ เราก็ควรจะลดค่าใช้จ่ายในส่วนนี้ลงเช่นเดียวกับเกม คือดื่มและสูบได้ แต่ให้อยู่ระดับที่พอดีไม่ให้เสียเงินมากจนเกินไป

โทรศัพท์มือถือ

ในปัจจุบันคงปฏิเสธไม่ได้ว่าโทรศัพท์มือถือเข้ามามีส่วนในการทำธุรกิจมากขึ้นแต่ถึงแบบนั้นเราก็ไม่ควรจะซื้อใหม่ในทุกๆ ครั้งที่มีรุ่นใหม่ๆ ออกมา เพราะบางครั้งฟังค์ชั่นที่เราใช้ทำงาน เครื่องเดิมเรายังทำงานได้ดีอยู่ก็ไม่ควรเปลี่ยน เพราะการเปลี่ยนรุ่นแต่ละครั้งก็อาจจะใช้เงินมากพอสมควร อะไรประหยัดได้ก็ประหยัดกันเถอะครับเพื่ออนาคตของเราเอง

บัตรเครดิต

ยอดฮิตของนักช็อปปิ้งคือการใช้จ่ายผ่านบัตรเครดิต ทั้งรูดซื้อของ รูดผ่อนของ สารพัดจะใช้ แต่มากุมขมับตอนบิลส่งมาที่บ้านแสดงรายการว่าเราเป็นหนี้ธนาคารอยู่เท่าไหร่ แค่คิดก็แทบลมจับแล้วใช่ไหมครับ ดังนั้นการจะใช้จ่ายบัตรเครดิตในแต่ละครั้งควรคิดให้ดี ใช้เท่าที่จำเป็นและก่อให้เกิดประโยชน์มากกว่าโทษครับ

ไลฟ์สไตล์สุดหรู

อีกสิ่งที่ในปัจจุบันทั้งกิน ทั้งเที่ยวในประเทศและนอกประเทศ ใช้ของแบรนด์เนม ทั้งหมดสามารถทำได้ถ้าเรามีกำลังจ่ายที่เพียงพอ ที่จะไม่ทำให้เราเป็นหนี้ หรือว่าง่ายๆ คือเหลือกินเหลือใช้ แต่หากเราไม่ได้มีขนาดนั้น เราก็ควรที่จะเลือกใช้จ่ายให้เหมาะสมกับตัวเอง ไม่ใช่ตามแฟชั่นจนเป็นหนี้เป็นสิน เช่น หากอยากเที่ยวต่างประเทศก็จำกัดงบที่จะต้องใช้ในการไปเที่ยวจากนั้นจึงค่อยๆ เก็บเงินให้ได้ตามเป้า โดยไม่ให้กระทบกับเงินส่วนอื่นๆ ของเรานั่นเอง

แฟ้มภาพ

โรคฮิตอย่างโรคเบาหวาน โรคทางเดินหายใจ โรคหัวใจขาดเลือดและโรคหลอดเลือดสมองทั้งหมดล้วนมีสาเหตุมาจากการบริโภคที่ผิดหลักโภชนาการเช่น ความนิยมของอาหารฟาสต์ฟู้ดที่เต็มไปด้วยแป้งและไขมัน รวมถึงรสหวาน สิ่งเหล่านี้ล้วนทำให้เราห่างไกลจากสิ่งที่เรียกว่า “สุขภาพดี”

แฟ้มภาพ

          ในอดีตชาวจังหวัดชุมพรจะนิยมปลูกกล้วยเล็บมือนางเพื่อใช้บริโภคในครัวเรือนต่อมาภายหลังเกิดเหตุพายุเกย์ในปี พ.ศ. 2532 จึงนิยมนำมาปลูกมากขึ้นด้วยให้ผลผลิตที่รวดเร็ว เป็นกล้วยที่ปลูกเชิงเดี่ยวไม่ได้ ต้องปลูกพืชชนิดอื่นขึ้นมาแซม 

ชาวชุมพรจึงเรียกกล้วยนี้ว่ากล้วยขี้เหงา  ความเป็นจริงคือเป็นกล้วยที่ไม่ชอบแดดจัด ต้องอาศัยร่มเงาจากไม้ชนิดอื่น จึงจะเจริญเติบโตและให้ผลผลิตดี ผลมีรสชาติหอม หวาน ปัจจุบันมีการนำมาแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์หลากหลายชนิด เช่นกล้วยอบ อบเคลือบคาราเมล  อบกรอบ อบกวน เคลือบช็อกโกแลต เป็นต้น

วันอาทิตย์ที่ 2 ตุลาคม พ.ศ. 2559

ข้่วฮางงอก

ข้าวฮางงอก สรรพคุณและประโยชน์ของข้าวฮางงอก

หมวดหมู่ : อาหารการกิน, เรื่องน่ารู้Tags: ข้าว ข้าวฮางงอก

ข้าวฮางงอก…มหัศจรรย์อาหารต้านโรค

“ข้าวฮางงอก” คนรุ่นใหม่อาจไม่รู้จักและสงสัยว่ามันคืออะไร? ในปัจจุบันการนำข้าวไปเพาะงอกเริ่มเป็นที่นิยมกันมากขึ้น เพราะการเพาะงอกนั้นทำให้เกิดสารอาหารที่ดีที่เป็นประโยชน์มากขึ้นกว่าเดิมหลายเท่า

————– advertisements ————–

ข้าวฮางงอกคืออะไร?
ข้าวฮางงอกเป็นภูมิปัญญาท้องถิ่นของภาคอีสานมานานนับร้อยปี เป็นข้าวที่เพาะงอกจากข้าวเปลือกมีไฟเบอร์ วิตามิน แร่ธาตุต่างๆ จากเปลือกมาเคลือบในเมล็ดข้าวเพิ่มขึ้น จึงทำให้มีสารอาหารมากกว่าข้าวกล้องงอก ข้าวฮางเป็นข้าวน้ำนมที่มีระยะแก่เกินกว่าจะทำข้าวเม่า แต่ยังไม่สุกพอในระยะเก็บเกี่ยว โดยนำข้าวเปลือกมาแช่น้ำและไปนึ่งก่อนนำมาสีเป็นข้าวกล้อง ซึ่งทำได้ทั้งข้าวเหนียวและข้าวเจ้า จึงทำให้แตกต่างจากการทำข้าวกล้องงอก

การทำข้าวฮางงอกเป็นการเอาเปลือกหรือแกลบออกโดยที่จมูกข้าวและเยื่อหุ้มเมล็ดไม่แตกหัก ทำให้โปรตีนแร่ธาตุสารอาหารต่างๆอยู่ครบถ้วน เมื่อหุงสุกเมล็ดก็ไม่เกิดการแตกร้าว เมื่อนำไปสีจึงทำให้มีสีเหลือง ซึ่งการนำข้าวไปแช่น้ำเพื่อกระตุ้นให้เกิดการงอกนี้ทำให้มีปริมาณสารกาบาในเมล็ดมากขึ้นเป็น 10 เท่าของข้าวสาร และยังมีแกมมาออริซานอล วิตามินอี สารฟีโนลิค ไลซีน เป็นต้น

วิธีการเลือกข้าวฮางงอกที่ดี
- ส่วนที่มีประโยชน์อยู่ตรงปลายเมล็ด เมล็ดต้องเต็มไม่มีรอยแหว่งใดๆ
- เมล็ดข้าวมีสีน้ำตาลทอง อาจเข้มหรืออ่อนกว่านี้ขึ้นอยู่กับพันธุ์ข้าว
- ไม่มีเมล็ดข้าวพันธุ์อื่นเจือปนมากับข้าวฮาง
- ต้องตากหรืออบจนแห้งสนิท
- ไม่อับชื้น ไม่มีราหรือตัวมอดอยู่ในข้าว
- บรรจุอยู่ในถุงที่สะอาด ปิดมิดชิด มีสถานที่ผลิต วันเดือนปี และราคาชัดเจน

กระบวนการผลิตข้าวฮางงอก
ข้าวฮางงอกสามารถนำข้าวทุกสายพันธุ์มาทำได้ แต่ชาวอีสานจะนำข้าวหอมมะลิ 105 และข้าวเหนียว กข 6 มาทำข้าวฮางงอก เนื่องจากมีกลิ่นหอมเหนียวนุ่มน่ารับประทาน สามารถใส่สมุนไพรต่างๆ เช่น ใบเตย ลงไปในกระบวนการเพาะงอกได้จะทำให้ได้ประโยชน์และคุณค่าทางอาหารเพิ่มขึ้น มีวิธีการทำดังนี้
- แช่เมล็ดข้าวเปลือกในน้ำสะอาดทิ้งไว้ประมาณ 18 ชั่วโมง (ขึ้นอยู่กับสภาพอากาศ) หากมีอากาศหนาวเย็นควรแช่นานประมาณ 24 ชั่วโมง เป็นการกระตุ้นการงอกของข้าวฮาง
- แล้วนำไปนึ่งในหวดนึ่งข้าวเหนียวนาน 40 นาที
- จากนั้นนำไปตากแดด แต่จะไม่ตากกลางแสงแดดจัดเพราะจะทำให้สารอาหารลดลง ควรตากใต้หลังคามุงด้วยตาข่ายกลางแสง 50 – 70 เปอร์เซ็นต์
- เมื่อตากจนแห้งดีแล้วจะนำไปสีแล้วทำการคัดเมล็ดข้าวที่เสียออก และตากอีกหนึ่งแดดเพื่อลดความชื้นก็จะได้ข้าวฮางงอกที่น่ารับประทานแถมประโยชน์ครบถ้วน

สารอาหาร สรรพคุณ และประโยชน์ของข้าวฮางงอก
- ในข้าวฮางงอกนั้นจะมีกาบา (GABA – Gamma aminobutyric acid) เป็นกรดอะมิโนชนิดหนึ่งที่เกิดขึ้นผ่านกระบวนการเพาะงอก และมีมากกว่าไม่ผ่านการเพาะงอกถึง 15 เท่าเลยทีเดียว ช่วยรักษาสมดุลในสมอง ลดความวิตกกังวล หลับสบาย ป้องกันอัลไซเมอร์หรือโรคความจำเสื่อม คลายกล้ามเนื้อ ชะลอความชรา ลดความดันเลือด กระตุ้นการขับถ่าย และป้องกันมะเร็งลำไส้ เป็นต้น
- มีโปรตีนย่อยเป็นเปปไทด์กรดอะมิโน 22 ชนิด ช่วยซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอของร่างกาย
- มีไฟเบอร์สูงกว่าข้าวขาว 15 – 20 เท่า ช่วยให้อิ่มท้องไม่หิวง่าย ลดความอ้วน ป้องกันและรักษาโรคเบาหวาน ขับถ่ายสะดวก และดูดซับสารพิษออกจากร่างกาย เป็นต้น
- มีไขมันชนิดดีหลายชนิด ช่วยป้องกันโรคหัวใจ มีสารต้านอนุมูลอิสระสูงช่วยป้องกันโรคมะเร็งได้ดีกว่าวิตามินอีถึง 6 เท่า ยับยั้งป้องกันการเกิดฝ้าบนใบหน้า และปัญหาวัยทอง เป็นต้น
- มีสารต้านอนุมูลอิสระที่มีประสิทธิภาพสูง ช่วยต้านทานป้องกันมะเร็งชนิดต่างๆ ได้ดี และโรคเกาต์ โรคไขข้ออักเสบ เป็นต้น
- มีวิตามินและแร่ธาตุที่สำคัญอยู่ครบทุกตัว ทั้งวิตามินบี 1 วิตามินบี 2 วิตามินบี 3 วิตามินบี 6 วิตามินอี กรดโฟลิก ธาตุเหล็ก แคลเซียม ฟอสฟอรัส และแมกนีเซียม ฯลฯ

ดังนั้นข้าวฮางงอกจึงเปรียบได้กับการรับประทานยาหรือวิตามินหรือสมุนไพรเข้าไปพร้อมกัน นอกจากอิ่มท้องแล้วยังทำให้ร่างกายแข็งแรง ห่างไกลโรค และเหมาะอย่างยิ่งกับผู้ป่วยหรือผู้ที่รักสุขภาพอย่างแท้จริง ข้าวฮางงอกจึงสมกับเป็นมหัศจรรย์อาหารต้านโรคโดยแท้

ข้าวสังหยด

ข้าวสังข์หยด ประโยชน์และสรรพคุณของข้าวสังข์หยด

หมวดหมู่ : อาหารการกินTags: ข้าว ข้าวสังข์หยด

ข้าวสังข์หยด…กินดีไม่มีโรค

ข้าวถือเป็นอาหารหลักของคนไทย โดยข้าวนั้นมีหลากหลายสายพันธุ์ตามแต่ละภาคของประเทศ ซึ่งปัจจุบันข้าวไม่เพียงให้พลังงานแต่ยังช่วยบำรุงรักษาสุขภาพอีกด้วย และหนึ่งในบรรดาพันธุ์ข้าวเพื่อสุขภาพคือ ข้าวสังข์หยด ซึ่งมีถิ่นกำเนิดทางภาคใต้ของไทยเรา